ดูแลถังแรงดันแบบไหน ให้ใช้ได้ยาวนาน

สวัสดีครับ กลับมาพบกับพี่แทงค์กันอีกแล้ว สำหรับบทความในวันนี้ พี่แทงค์อยากมาแชร์ไอเดีย การดูแลถังแรงดันโดยรวมกัน เพราะหลังจากที่พี่แทงค์ ได้รับข้อมูลหลังบ้านจากลูกค้ากันมามากมาย พี่แทงค์เลยอยากทำบทความดีๆ มาให้ลูกค้าได้นำไปปฏิบัติกันในชีวิตประจำวันในบทความ ดูแลถังแรงดันแบบไหน ให้ใช้ได้ยาวนาน

มันจะดีกว่าไหม หากคุณเอง ก็สามารถจัดการได้ โดยแค่ไม่กี่นาที สำหรับการดูแลรักษาถังแรงดันที่คุณใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน เอาหล่ะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากันมาก เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

จากรูปด้านล่าง พี่แทงค์ขอนำมาเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพกัน ว่าถังแรงดันที่เราใช้งานกันอยู่เนี่ย ส่วนประกอบหลักๆ และหน้าตาโดยรวม มันมีอะไรบ้าง ซึ่งจากภาพด้านล่างนี้ จะเรียกว่า ถังแรงดัน,ถังไดอะแฟรม หรือ ถังแรงดันไดอะแฟรม ก็สามารถเรียกได้หมด เพราะเจ้าตัวถังนี้ ด้านในเขาจะมีอะไหล่ที่เรียกว่า ไส้ยาง ครับ

ดูแลถังแรงดันแบบไหน ให้ใช้ได้ยาวนาน
ดูแลถังแรงดันแบบไหน ให้ใช้ได้ยาวนาน

มาสู่ขั้นตอนการปฏิบัติและเช็คลมในถังแรงดันกันเลยดีกว่าครับ ว่าเราจะต้องตรวจเช็ค และสังเกตอะไรกันบ้าง มาดูกันในคลิปวิดีโอแนะนำ ที่ทางเราได้จัดทำขึ้นมาให้ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ สามารถดูคลิปไป ทำตามพร้อมกันไปได้เลยครับ

จากคลิปวิดีโอ ด้านบน พี่แทงค์ขออธิบายต่อ เพื่อให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น ขออธิบายเป็นข้อๆ ตามนี้เลยแล้วกัน ว่าวิธีการเช็คง่ายๆ เช็คด้วยเองได้ ต้องสังเกตที่อะไรบ้าง

  1. เช็คการ start – stop ของระบบว่า ปั๊มทำงานอยู่ที่แรงดันเท่าไหร่ และปั๊มหยุดทำงานที่แรงดันเท่าไหร่
  2. ปิดวาล์ว no.1 แล้วไปเปิดวาล์ว no.2 เพื่อระบายแรงน้ำในถังแรงดันออกจนหมด
  3. ใช้เครื่องมือวัดลมยางรถยนต์ทั่วไป วัดลมในถังในจุ๊บเติมลม

หมายเหตุ

  1. ถ้ามีน้ำออกมาต่อเนื่องอย่างมากจากลูกศรในขณะที่กด ให้สันนิษฐานว่า ยางไดอะแฟรมอาจะแตก
  2. ถ้ากดแล้วมีลมออกมาปริมาณเล็กน้อย ให้ทำการวัดลม และอ่านค่า เพื่อจดบันทึก Pressure Tank จากเครื่องวัด

จากข้อมูลข้างต้น ที่พี่แทงค์ได้อธิบายกันไปแล้ว หากยังมีข้อสงสัยกันอยู่ พี่แทงค์ขอแนะนำให้มาอ่านกันเพิ่มเติมอีกหน่อย กับ ตัวอย่าง ที่พี่แทงค์ จะขอธิบายเป็นข้อๆตามนี้ครับ

ตัวอย่าง

  1. สมมุติว่าปั๊มในระบบทำงานอยู่ที่ 40 PSI และหยุดที่ 55 PSI ลมในถังแรงดันแสดงออกว่า ลมในถังน้อยกว่าหรือเท่ากับจุด Start หรืออีกอย่างคือ น้อยกว่า 10% ของจุด Start
  2. จากตัวอย่าง จุด Start ของปั๊มอยู่ที่ 40 PSI
  3. ดังนั้น ลมในถังจะต้องมี = 40 PSI หรือน้อยกว่า 10% ของจุด Start = 36 PSI
  4. ถ้าค่าที่อ่านจากเครื่องมือวัดลมยาง อ่านได้น้อยกว่าจุด Start มาก ให้ทำการเติมลมเข้าไป แต่ถ้ามีมากกว่าจุด Start ให้ทำการเอาลมออก
  5. เมื่อทำการเติมลมเสร็จสิ้นแล้ว ให้ทำการปิดวาล์ว และเปิดวาล์ว ตามลำดับต่อไป

เป็นยังไงกันบ้างครับ เบื่อกันแล้วหรือยัง อดทนกับพี่แทงค์อีกสักนิด เพราะใกล้จะจบแล้วนะ เพราะยังเหลือขั้นตอนในการสังเกตุข้อควรระวัง ที่คุณจำเป็นต้องทราบกันอีกสักข้อครับ มาต่อเลย

ข้อควรระวัง

  1. ถ้ามีลมในถังแรงดันมากกว่าจุด Start มาก อาจทำให้ปั๊ม ไม่สามารถอัดน้ำเข้าไปภายในถังได้
  2. ถ้ามีลมในถังแรงดันมากกว่าจุด Start และ Stop ของปั๊มมากเกินไป จะทำให้ระบบการ Start และ Stop กระชากอย่างรุนแรง และอาจจะทำให้ระบบเสียหายต่อมา

เอาหล่ะ คราวนี้พี่แทงค์อธิบายจบจริงๆแล้วนะ และเป็นยังไงกันบ้างครับ กับข้อมูลที่ทางพี่แทงค์ได้ทำการรวบรวม และหยิบยกขึ้นมาพูดกันในบทความนี้ หากลูกค้า ยังมีข้อมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถาม ทางเราก็มีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ คอยให้คำปรึกษา ตอบปัญหาที่ค้างคาของคุณได้เช่นเดียวกัน สำหรับวันนี้ พี่แทงค์ต้องขอขอบคุณ ที่ทุกท่านได้เข้ามาหาข้อมูลและเข้ามาอ่านบทความนี้กันจบจบ หากข้อมูลของพี่แทงค์พอมีประโยชน์ สามารถแชร์เรื่องบทความดีๆนี้ ไปให้กับผู้ที่ต้องการ หรือผู้ที่ยังสงสัยกันอยู่ได้เลยครับ และในบทความหน้าจะมีอะไรมานำเสนอนั้น พี่แทงค์ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ


สอบถาม/สั่งซื้อสินค้าได้ที่

Line Official : @h.pattanarungrueng (มี@นำหน้า)

คลิ๊กเลย https://lin.ee/9QAIfdW

โทร : 0-3483-2204, 0-3441-0598

E-mail : [email protected]

Tik Tok : https://vt.tiktok.com/ZSeQj6edV/

Pinterest : https://www.pinterest.com/hpattanarungrueng/_saved/